paramotor:

Thailand paramotor

0

สหพันธ์กีฬาทางอากาศนานาชาติ ยกให้ทีมพารามอเตอร์ของไทยนั่งอันดับ 1 ของโลก หลังทำคะแนนสะสมสูงสุดในปีที่ผ่านมา ตามด้วยฝรั่งเศส และสหราชอาณาจักร

น.อ.วีระยุทธ ดิษยศริน นายกสมาคมกีฬาทางอากาศและการบินแห่งประเทศไทย เผยถึงผลการจัดอันดับนักพารามอเตอร์หรือกีฬา “ร่มบิน” ของโลก ที่จัดโดย สมาพันธ์กีฬาทางอากาศนานาชาติ ประจำปี 2012 หรือ เอฟไอเอ เวิลด์ ลีก คัพ แรงกิ้ง ซึ่งผลการจัดอันดับในประเภททีม ปรากฏว่า ทีมพารามอเตอร์ไทยของไทยรั้งอันดับที่ 1 ของโลก ประจำปี 2012 ด้วยคะแนนสะสมสูงสุดคือ120 แต้ม โดยมีฝรั่งเศส รั้งอันดับ 2 มี 107 แต้ม ตามด้วยสหราชอาณาจักร อยู่ที่ 3 มี 89 แต้ม

ในขณะที่ประเภทบุคคล นักกีฬาไทยที่โชว์ผลงานได้ดีในการแข่งขันระดับโลกเมื่อปีก่อนเช่นกัน โดยนายกิตติภพ พรมาส ที่มีแต้มสะสม 55 คะแนน รั้งอันดับ 2 โดยมีคะแนนเป็นรอง ปาสกาล วัลลี จากฝรั่งเศสที่ได้อันดับ 1 อย่างฉิวเฉียดเพียงแค่ 5 แต้มเท่านั้น

Everyone may be surprised to learn that Thailand is ranked second in the world ( behind France) for Paramotor International competitions.

Posted in: Air sport

Continue Reading

3

ข้อแนะนำการเลือกซื้อเครื่องยนต์ร่มบิน

นอกจากตัวเครื่องยนต์แล้ว โครงและฮานเนส ก็นับว่าสำคัญเช่นกัน ว่าเป็นแบบ บาร์บน หรือบาร์ล่าง ในการเลือกเครื่องร่มบิน อีกปัจจัย ที่น่าเอาไปประกอบคือ ความปลอดภัย ที่มีมาให้ เช่น

 

1.โครง หรือกระด้ง ต้องออกแบบมา เพื่อป้องกันมือนักบินที่จะพลาดเข้าไปโดน ตอนเร่งเครื่องเต็มที่ ตาข่ายต้องถี่ พอที่จะกัน มือและสายร่ม สายทริม ไม่ให้หลุดเข้าใบพัด โครงต้องกว้างและห่างจากใบพัดพอควร

 

2.ถ้าเลือกเครื่อง ที่ต้องใช้มือตีใบพัด ตอนสตาร์ท ก็ต้องเป็นเครื่องที่มีฐานกว้าง ไม่ล้มได้ง่ายๆ บางทีไปบินคนเดียว ตอนสตาร์ทเครื่องอาจล้ม ใบกระจายได้ง่ายๆ ด้านหน้าของฐานล่างถ้าโค้งมนหน่อย ก็จะช่วยให้ไม่สะดุดกับพื้นแข็งๆ

 

3.โครงและตาข่าย ต้องคลุมด้านล่างด้วย เพราะมือ หรือสายคันเร่งอาจเข้าใบพัดได้

4.นอกจากมีสวิทช์ดับที่คันเร่งแล้ว ควรมีสวิทช์ ปิด-เปิด เครื่องอีกตัวในตำแหน่งที่เอื้อมมือไปปิดได้ หากสวิทช์ที่คันเร่งเสีย ( กรณีเครื่องสตาร์ทไฟฟ้า จะใช้ป้องกัน ใครเอามือไปโดนปุ่มสตาร์ทที่คันเร่งได้เป็นอย่างดี

 

5.ถังน้ำมัน ต้องมีระยะห่างจากใบพัดพอสมควร เพราะบางที บินลงมาแบบพับล้อ เอาโครงลง แล้วกระแทกพื้นอาจทำให้ใบพัดไปฟันถังน้ำมัน

 

6.ฮานเนส ควรออกแบบมาให้มีแผ่นโฟมหรือฟองน้ำหนารองด้านหลัง กรณีลงกระแทก จะช่วยป้องกันหลังให้นักบินได้บ้าง โครงก็ควรแข็งแรง พอที่จะงอรับ ถ่ายน้ำหนัก นักบินได้ดี ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ เช่นโครงสเตนเลส ที่หยุ่นตัวรับถ่ายแรงกระแทกได้ดี

 

7.เครื่องรุ่นใหม่ ที่ดีจะเป็นระบบครัทช์ เพาะตอนสตาร์ทใบพัดจะยังไม่หมุน ข้อดีอีกอย่างคือป้องกันใบพัดไปฟันสายร่มได้ดี

 

8.ที่สำคัญคือ เครื่องที่ออกแบบมาดี ต้องสั่นน้อยมากขณะบิน

 

การเลือกซื้อเครื่องพารามอเตอร์ในประเทศไทย

จะเน้นเฉพาะตัวเครื่องยนต์ ที่ส่วนใหญ่จะนำมาทำโครงและชุดฮานเนสเองที่บ้านเรา เพราะราคาถูกกว่ามาก แต่ก็มีเครื่องร่มบินบางตัวที่ขายมาเป็นชุดสำเร็จเลย)

 

1.ใช้เครื่องนอก หรือเครื่องไทย ดีกว่ากัน สรุปง่ายๆเลยว่า ถ้าไม่มีปัญหาเรื่องเงิน ให้ซื้อเครื่องนอกครับ เพราะเป็นเครื่องที่ออกแบบมาเพื่อร่มบินโดยเฉพาะ ซึ่งน้ำหนักเบากว่ามาก สวยประณีตกว่า ไว้ใจได้มากกว่า การแตกหักของชิ้นส่วน จะเกิดขึ้นได้น้อยกว่าเพราะเครื่องไทยนั้นเป็นการเอาเครื่องยนต์มือสองมาดัดแปลง เอามาปรับจูนใหม่ บางทีเครื่องที่ออกมาจะไม่ได้มาตรฐานเท่ากันทุกเครื่อง

 

2.ซื้อเครื่องนอกมือสอง หรือเครื่องไทยมือหนึ่งดี หากราคาใกล้เคียงกัน อันนี้แล้วแต่สภาพของเครื่องนอกมือสองครับ หากได้เครื่องดี ไม่ช้ำ ก็บินได้ต่อเนื่องอีกยาวนาน บางจังหวะจะมีแบบประเภทซื้อใหม่มาแล้วบินไม่ได้ ไม่ชอบ หรือเจ็บตัว ก็จะมีของดีราคาถูกหลุดออกมา แต่ส่วนใหญ่ต้องเตรียมเงินสดไว้ ไม่งั้นไม่ทันคนอื่นแย่งซื้อ จะซื้อเครื่องนอกมือสอง ก็ควรจะทราบเจ้าของ ทราบประวัติและคุยดูว่าเขาจะประกันเครื่อง สักระยะเวลาหนึ่งได้ด้วยไหม

 

3.เลือกเครื่องบาร์บน ( บาร์แข็ง ) หรือบาร์ล่าง ( บาร์อ่อน ) ดีกว่ากัน คงต้องดูครูฝึกที่ท่านไปฝึกด้วย หากครูฝึกบินบาร์บน ก็เล่นตามครูฝึกละกัน หลายคนบอกว่านักบินใหม่ฝึกแบบบาร์บนจะดีกว่า ง่ายกว่า ก็มีส่วนถูกครับเพราะเหมือนกับฝึกเครื่องบินปีกบน จะเสถียร ตอนเท็คอ๊อฟช่วงแรกๆ บาร์บนจะไม่บิดมากนัก ทำให้ไม่เป๋ เวลาเร่งเครื่อง ไม่แกว่ง หรืออ่อนไหวกว่าฝึกเครื่องบินปีกล่าง แต่อย่าลืมนะครับ ว่าที่เมืองนอกเราแทบจะไม่เห็นเขาใช้เครื่องบาร์บนเลย ดังนั้นการเริ่มฝึกบินกับเครื่องบาร์ล่าง หรือบาร์อ่อนไม่ใช่เรื่องยาก หากคุณอายุยังน้อย ร่างกายแข็งแรง คล่องตัว ก็สามารถเริ่มบินกับเครื่องบาร์อ่อนได้สบาย เป็นเรื่องของความเคยชินด้วยครับ ใครฝึกมาแบบบาร์ไหนก็มักถนัดแบบนั้น หากใครบินบาร์บนอยู่ลองเปลี่ยนไปบินบาร์อ่อนหรือบาร์ล่าง โดยเฉพาะบาร์ที่โยกได้ จะรู้สึกถึงความคล่องตัวในการเลี้ยวได้มากกว่ากัน นอกจากนี้ บาร์ล่าง ยังแบ่งออกเป็นแบบต่างๆ เช่น บาร์อ่อน ที่ยึดคาราไบเนอร์เข้ากับกับฮานเนส , แบบบาร์ล่างที่โยกขึ้น-ลงได้ (คงไปอธิบาย รายละเอียด กันทีหลัง

 

4.เครื่องสตาร์ทไฟฟ้า หรือใช้มือดึง มือตีใบ ดีกว่ากัน สรุปเลยว่าหากไม่เกี่ยงเรื่องน้ำหนักที่จะเพิ่มมาอีก 3-4 กก.ก็เอาแบบสตาร์ทไฟฟ้า จะสะดวกสุด โดยเฉพาะเวลาไปบินคนเดียว รวมถึงน่าจะปลอดภัยกว่าการเอามือไปตีใบพัด

 

5.ถังน้ำมันวางไว้บน หรือว่าถังล่างดีกว่ากัน ก็มีข้อดีข้อเสียต่างกัน ข้อที่ดีกว่าของถังล่างคือจุดศูนย์ถ่วง เวลาแบกก่อนขึ้นบิน หรือตอนวิ่งจะถนัดกว่า ถังบนที่มีน้ำมันถ่วงเต็มถัง วางเหนือศีรษะจะรู้สึกว่ามันโคลงเคลงกว่า แต่ไม่ซีเรียสนะครับ บินๆไปเดี๋ยวก็ชินไปเอง บางท่านบอกว่าถังล่างต้องมีปั๊ม ก็ไม่เคยเห็นว่าจะเป็นปัญหาอะไร เพราะปั๊มไม่ค่อยจะเสียกันง่ายๆ

 

6.มือจับคันเร่ง แบบมือซ้าย หรือมือขวาดี ก็ใช้ได้ทั้งสองแบบครับ แต่ลองคิดดูว่าเวลาเราขี่รถมอเตอร์ไซด์ หรือใช้อุปกรณ์ต่างๆ เขามักจะออกแบบมาข้างขวาส่วนบางคนบอกว่า ถ้ามือขวาว่างไม่ได้จับคันเร่งจะใช้สำหรับถ่ายรูปได้ดีกว่า ซึ่งจริงๆแล้ว นักถ่ายรูปมืออาชีพเวลาบิน มือทั้งสองเขาจะว่างครับ คันเร่งก็มีที่ล๊อค แบบครุสคอนโทรล ไม่ต้องไปจับสายเบรกไว้เพราะร่มใหม่ๆเวลาบินจะเสถียรมาก ไม่มีโคลงเคลง ยิ่งใช้เครื่องบาร์ล่างก็แค่โยกตัวก็เลี้ยวได้เอง

 

7.นักบินใหม่ อย่าซื้อเครื่องเพราะความสวยงามอย่างเดียว เพราะเวลาฝึกใหม่นี่ ต้องมีใบพัดแตก โครงยุบบ้างเป็นเรื่องปกติเพราะยังไม่เก่ง ควรเลือกใช้ใบพัดไม้ไปก่อน โครงก็เอาแบบที่ร้านทั่วไปช่วยดัด ช่วยซ่อมได้ง่าย รวดเร็ว ยกตัวอย่างเช่น เครื่องสวยใบพัดคาร์บอนไฟเบอร์ 3 แฉก ราคาเป็นหมื่น แถมใช้เฟรมไททาเนี่ยมที่ช่างไทยยังซ่อมไม่ได้ หากเกิดพังขึ้นมา ก็โครมละเป็นหมื่นบาท แถมต้องรออะไหล่เปลี่ยนอีก แบบนี้ก็น่าคิดนะครับ

 

8.ทีนี้ก็มาถึง หัวข้อสำคัญคือซื้อเครื่องยี่ห้อไหนดี (กรณีเครื่องนอก ) และจะเอาเครื่องไทยจากช่างคนไหนดี

มาดูเครื่องนอกก่อน

เครื่องนอกนั้น นักบินส่วนใหญ่จะซื้อเฉพาะก้อนเครื่อง แล้วนำมาทำโครงและฮานเนสเอง ซึ่งจะถูกกว่าซื้อเครื่องสำเร็จรูปทั้งตัวล้วนๆ เดี๋ยวนี้ บ้านเรา ทำได้สวยมากทั้งชุดเลย

เทคนิคการเลือกซื้อเครื่องนอก คือไปเปิดดูเว็ปไซท์ของบริษัทผลิตเครื่องร่มบินใหญ่ๆ เช่น Fly Products , Black Hawk ,Pap , PXP ดูว่าเขาเลือกเครื่องยนต์ยี่ห้อไหนมาใช้ รับรองได้เลยว่าเครื่องที่เขาเลือกมานั้น เป็นเครื่องที่ดีเครื่องหนึ่ง

 

หากท่านตัวใหญ่ น้ำหนักมาก หรือต้องบิน 2 ที่นั่ง ก็คงต้องใช้เครื่องแรงๆแบบ ซิมโมนินี่ครับ ( 202 ซีซี ) ข้อดีคือ แรงและทนทาน ข้อเสียคือเวลาบินนานๆจะสั่นสะท้านหลัง และราคาแพงมาก

 

เครื่องที่ดีอีกตัวหนึ่ง ได้รับความนิยมมาก ในบ้านเราคือ คอร์สแอร์ เพราะเนียน และไว้ใจได้ ( 172 ซีซี ) ข้อเสียที่ยังพบคือระบบไฟ ที่ได้ข่าวว่าชุดคอล์ยของรุ่นใหม่ได้ทำการแก้ไขปรับปรุงแล้ว อะไหล่ และราคาก้อนเครื่องก็ยังแพง เป็นแสน เครื่องทั้งสองข้างบน จะมีปัญหาเรื่องน้ำหนักหน่อย เพราะน้ำหนักรวมน้ำมัน ปาเข้าไปเกือบ 30-35 kg

เครื่องนอกรุ่นเล็กลงมา ที่เห็นในบ้านเราคือ เครื่อง Ros 125 ( 125 ซีซี ) ที่ข้อดีคือแรงเกินตัว มีระบบครัทช์ น้ำหนักเบา ประหยัดน้ำมัน แต่ราคายังแพงร่วม เก้าหมื่นกว่าบาท และยังมีปัญหาเรื่องลูกสูบ ( รุ่นใหม่ เป็นกราไฟท์แล้ว ) รวมทั้งต้องสตาร์ทแบบมือดึง ซึ่งใช้ไปนานๆ อาจมีปัญหาเรื่องสตาร์ทติดยาก

 

เครื่อง Fly 100 Evo และ SKY 100 หม้อน้ำ ( 100 ซีซี ) ทั้งสองตัวนี้กำลังเริ่มนำเข้ามาบินในบ้านเรา ข้อดีที่เห็นๆ คือ น้ำหนักเบา เครื่องเนียน แรงใช้ได้เลย ทั้งสองตัวเป็นระบบครัทช์ ข้อเสียก็คือราคายังแพง ร่วมๆแสน และในระยะยาวจะมีปัญหาอะไรบ้างไหมนั้น เรายังไม่ทราบ แต่หากใครอยากได้เครื่องเนี๊ยบๆ ประกอบมาพร้อม ก็มีหลายบริษัท เยอะมาก ลองดูเฉพาะบางตัวที่สวยๆ แต่แพงมาก

ตัวแรกเครื่อง Bailey 4 จังหวะ เคยเห็นที่เมืองไทย ราคาแพงมาก หนัก 35 กก. กินน้ำมันน้อยมาก แต่ก็ยังมีข้อบกพร่องที่ต้องแก้ไข เพราะเครื่องยนต์เอามาจากรถสกู๊ตเตอร์ของจีน ยังมีปัญหาอยู่บ้าง เมื่อใช้งานระยะยาว

อีกตัวที่เพิ่งมีการสั่งเข้ามาคือ เครื่อง Parajet เป็นเครื่องของอังกฤษ ที่ ขายทั้งชุดเกือบๆ 2 แสน  ข้อดีคือเล็กกะทัดรัด รูปลักษณ์สวยงาม เครื่องยนต์คล้ายเครื่องคอร์สแอร์มาก น้ำหนักน่าจะเบากว่านี้อีกหน่อย แต่ไม่น่าจะเหมาะกับนักบินมือใหม่นัก เพราะหากโครงและใบพัดเสียหาย ตอนฝึกบิน จะต้องสั่งเข้ามาทั้งหมด บ้านเรายังทำไม่ได้

เครื่องร่มบิน สำเร็จรูป ที่เป็นที่นิยมอีกยี่ห้อ คือ PAP เป็นแบบบาร์ล่างโยกขึ้น-ลงได้ เครื่องยนต์มีให้เลือกหลายขนาด ตัวที่เห็นเป็นรุ่นล่าสุด F200 ของ Fly engine ตัวนี้แรงมาก และกำลังจะใช้บินโดยแชมป์โลก มิสเตอร์ ราม่อน เพื่อทำลายสถิติความสูง ที่ 8000 เมตร แต่ใครที่ฝีมือดีแล้ว และมีตังค์ ก็น่าเอามาครอบครอง

แต่ก็อย่าลืมว่า “ ไม่มีเครื่องยนต์ร่มบิน ตัวไหน ดีที่สุด “

เครื่องยนต์ที่ได้รับการดูแล มีการตรวจก่อนบิน ( Pre-flight ) และตรวจหลังการบิน ( Post-flight ) มีการดูแลรักษาตามระยะเวลาในคู่มือ ก็จะใช้งานได้ทนทาน ยาวนาน

 

เทคนิคการเลือกร่ม

 

1.จงเลือกร่มที่ผ่านการรับรองจากสถาบันมาตรฐาน ( Afnor ,EN ,DULV,..) เพื่อที่เราจะไม่ต้องเป็นหนูลองยา เป็นนักบินทดสอบร่มเพราะเรายังไม่มีประสบการณ์ ที่จะแก้ไขร่มที่ยังไม่ผ่านมาตรฐาน แล้วออกอาการแปลกๆที่อาจเกิดขึ้นได้ขณะบิน

2.ต้องตั้งง่าย เป็นสำคัญ เราเชื่อว่าร่มอะไรก็ตั้งได้ แต่ทำไมไม่เริ่มกับร่มที่ตั้งได้ง่ายๆล่ะ หลายคน ยังไม่ทันเริ่ม ก็เลิกเสียก่อน เพราะไปเจอร่มเก่า ทั้งหนัก ทั้งตั้งยาก ยิ่งที่ไหนไม่มีลม..ยิ่งต้องปล้ำ จนท้อไปเสียก่อน

3.ถ้ามีตังค์ ให้ซื้อร่มใหม่ไปเลย เพราะร่มเก่าๆจะเริ่มเสื่อมและตั้งยาก (ปกติร่มจะมีอายุใช้งานได้ถึง 300 ชั่วโมงบิน )

4.หากคุณได้ครูฝึกที่ดี ครูที่บินกับร่มยี่ห้อนั้นๆมานาน ก็จะช่วยนำประสบการณ์และเทคนิคการบินมาช่วยศิษย์ใหม่ได้เป็นอย่างดี เรื่องครูฝึกที่ดีนั้น คงต้องสอบถามคนในวงการเอาเองครับ ไม่เช่นนั้นอาจจะเจอแบบครูการค้า ฟันหัวแบะ หลอกขายของได้

5.เลิกคิด ที่จะเริ่มฝึกบินกับร่มรุ่นโปร ( จะได้เสียเงินซื้อทีเดียวไง ) เพราะร่มระดบมือโปรนั้นหมายถึงอันตราย จนกว่าเราจะได้เรียนรู้และมีประสบการณ์การบินที่มากพอเสียก่อน อย่าลืมว่า เวลาขึ้นบินครั้งแรกนั้น คุณต้องบินคนเดียว

ไม่สำคัญว่าคุณจะเคยเป็นนักโดดร่ม ดิ่งพสุธาระดับเซียน หรือจะเป็นนักบินขับไล่มาก่อน ก็ไม่ควรจะเริ่มฝึกบินกับร่มรุ่นโปร นักเรียนหลายคนตอนขึ้นบินแรกๆแล้วใช้ร่มไม่ถูกต้อง ใช้ร่มที่เร็วไป ก็อาจจะทำให้เดี้ยงเสียก่อนเป็นได้

 

การเลือกขนาดของร่ม

 

นักบินใหม่ ควรเลือกร่มที่มีขนาดเหมาะสม เช่น น้ำหนักตัวราว 50-60 กก.ก็ใช่ร่มขนาด s หรือ 24 ตารางเมตร หากหนัก 70-80 ก็ราวๆ 26 ตารางเมตร ซึ่งป็นเรื่องไม่ยาก เพราะระบุอยู่ในคู่มือร่มนั้นๆอยู่แล้ว นักบินบางท่าน ใช้เครื่องไทย บินสบายๆ ก็อาจขยับไซส์ให้ใหญ่หน่อย หรือบางท่านชอบซิ่ง ชอบเร็ว ก็เลือกร่มไซส์เล็กลง หรือโหลดร่ม

ที่สำคัญ อย่าไปคิดว่าการเลือกร่มรุ่นเบสิค นั้นหมายถึงเกรดนักบินต่ำกว่า ไม่จำเป็นครับ เพราะร่มรุ่นใหม่ๆ รุ่นเบสิคนี่ บินได้สนุกทีเดียว และปลอดภัยกว่าด้วย บินแล้วนิ่ง ไม่วูบวาบ แล้วไปสนามเมื่อไรก็บินได้ทุกเมื่อ เพราะตั้งเท็คเดียว ก็ขึ้นฟ้าได้แล้ว…

 


Continue Reading

0

คู่มือดูแลเครื่องร่มบิน

หลายท่านเชื่อว่าร่มบิน เป็นอากาศยานที่ปลอดภัยที่สุด แต่ต้องอยู่ภายใต้การบำรุง ดูแลรักษาที่ดีด้วย ตราบเมื่อเท้าคุณพ้นพื้น ทุกคนก็ย่อมมีความเสี่ยงมากหรือน้อย ก็ขึ้นกับอุปกรณ์และตัวท่านเอง เครื่องร่มบินที่บินกันอยู่ ออกแบบมาคล้ายๆกัน ทุกคนอยากได้แรงขับมากกับน้ำหนักเครื่องที่เบา ( Trust to weight ratio ) จึงต้องหาทางลดน้ำหนัก จึงไม่มีระบบสำรองเลย ไม่มีวงจรไฟจุดระเบิดคู่ ไม่มีหัวเทียนคู่ เหมือนพวกเครื่องบิน ถึงกระนั้น จะเห็นว่าบริษัทไหน เจ้าไหน ทำมานาน บินกันมากมักจะได้รับการ ปรับปรุง ข้อบกพร่องต่างๆได้ดีขึ้น ก็จะรวมไปในเรื่องความแรง ความทนทาน ความปลอดภัยไว้ใจได้ น้ำหนักเบา รูปร่างกระทัดรัด สวยงาม และเรื่องราคา ( ผมเชื่อว่า เครื่องไทยทำ กำลังดีวันดีคืน และมีมาตรฐานมากขึ้น ) แต่หากขาดการบำรุง ดูแลรักษา เสียแล้ว บอกได้เลยว่าโอกาสเครื่องเสีย พัง และเกิดอุบัติเหตุมีแน่นอน

 

การดูแลรักษาเครื่องร่มบิน

 

1. เครื่องยนต์ ให้ลองหมุนใบพัด และทดสอบดูแรงอัดกระบอกสูบดู( ปกติจะมีเกจวัด ) สังเกตว่าแรงอัดผิดไปกว่าเก่าไหมขยับดูแกนข้อเหวี่ยงว่าหลวมเกินปกติหรือไม่ สังเกตเสียงโลหะ ขณะหมุนใบพัด ฟังเสียงที่ผิดปกติ ดูรอยรั่ว คราบน้ำมันรอบๆ กระบอกสูบ ถ้ามีเครื่องยนต์จะเสียแรงอัด คงต้องส่งไปให้ช่างทาปะเก็นใหม่ อัดใหม่

2. สายพาน ควรไม่หย่อนและตึงเกินไป เช็คโดยใช้มือดันกึ่งกลางสายควรจะยุบตัวได้บ้าง ดูในคู่มือ ( ประมาณ16 มม./เมตร ของระยะห่าง ของพูลเล่ย์ ทั้งสอง )ถ้าสายพานหลวมไปจะได้ยินเสียงรอบฟรีขณะเร่งเครื่องอัดสุด แน่นไป รอบก็จะจัดผิดปกติ มีผลต่อลูกปืนทั้งแกนใบพัดและข้อเหวี่ยง ตรวจดูลูกปืนแกนใบพัด โดยจับปลายใบพัดขยับเข้าออกในแนวขนานพื้น ดูระยะที่ขยับว่ามากไปหรือไม่ อายุการใช้งานของลูกปืนมันมีประมาณ50-80 ชม.บิน ก็ต้องคอยจด คอยดู ตรวจลูกยางแท่นเครื่องด้วย ว่ายังอยู่ในสภาพดีหรือเปล่า เพราะนอกจากจะช่วยลดแรงสั่นสะเทือนแล้ว ยังต้องมีส่วนช่วยรับน้ำหนักเครื่องด้วย

3.ใบพัด ก่อนบินต้องตรวจทุกครั้ง มีรอยยุบ รอยร้าวหรือไม่ หลังโดยเฉพาะจากบินปล่อยลูกอม หรือ ฮาร์ด แลนดิ้ง มักจะมีของแถม ก็ต้องจัดการซ่อมก่อน ต้องเช็คบาลานซ์ของใบพัด ( ไปให้พวกเครื่องบินเล็กสอน หรือยืมเครื่องมือเขามาประยุกต์ ) แล้วจัดการถ่วงให้เรียบร้อย จะใช้พ่นแลคเกอร์ หรือสติกเกอร์ก็ได้ แม้กระทั่งใบพัดใหม่ ที่ได้มา ก็ควรจะเช็คบาลานซ์ด้วย เพราะมีผลมาก เครื่องจะสั่น บินไม่สนุก ถ้าเอาง่ายก็ลองยืมใบพัดพรรคพวกมาเปลี่ยน

ก็จะเห็นความแตกต่างได้ชัดเลยว่า นิ่งกว่าเก่า หรือแย่กว่าเก่าหมั่นทำความสะอาดใบพัด อาจจะใช้น้ำสบู่ หรือพวกเมจิค คลีน ถ้าจะให้ดี ลงแวกซ์ให้ลื่นๆมันๆ จะช่วยเคลือบป้องกัน และเพิ่มประสิทธิภาพขึ้นอีก

4.ระบบน้ำมัน ก่อนบิน ต้องเช็คถังน้ำมันว่ายึดแน่น ไม่มีรอยรั่วสายน้ำมันต้องไม่มีรอยบาด รอยถลอก ถ้าจะให้ดีควรเปลี่ยนสายน้ำมันปีละครั้ง เพราะใช้ๆไปมันจะเปลี่ยนสี และกรอบ แนะนำว่าให้ซื้ออย่างดีๆไปเลย ตรวจดูท่อหายใจว่าไม่มีอะไรไปอุด แนววางสายน้ำมันไม่ควรจะไปโดนอะไร หรือถ้าจะจับยึด ควรมีมีอะไรรองหุ้มสายเสียก่อน เช่นตัดสายน้ำมัน ยาวสักนิ้วมาผ่าตามยาว แล้วเอาไปหุ้มสายเดิม ก่อนจับยึดหากใส่ตัวกรองน้ำมันได้ก็จะดีไม่น้อย เพราะขณะเติมน้ำมัน อาจมีเศษผงเข้าในถัง ให้ใช้ฟิลเตอร์รถมอเตอร์ไซค์อันเล็กๆก็พอ อันใหญ่ไปอาจมีปัญหาเรื่องน้ำมันขาดสาย หลังจากบินเสร็จ ทิ้งไว้ข้ามคืน น้ำมันในฟิลเตอร์ใหญ่ๆจะไหลกลับลงถัง ทำให้มีปัญหา สตาร์ทติดยาก

คาร์บิว ต้องดูรอยรั่ว รอยซึม บางรุ่นที่เป็นปีกผีเสื้อ เช่นเครื่อง Solo ใช้ ยี่ห้อ Walbroเมื่อใช้ไปนานๆ พวกประเก็นและลิ้นยางภายในจะเสื่อมอายุ ทำให้สตาร์ทยาก รอบเดินต่ำไม่ดีต้องเปลี่ยนยกชุดไปเลย

  

การบำรุงรักษาร่มการบำรุงรักษาร่ม

  

         นักบินส่วนใหญ่..ถามมามากครับ..เกี่ยวกับการบำรุงรักษาร่ม..บางคนก็ไม่ได้อ่านคู่มือ…บางคนก็ก็ซื้อร่มมือสองมา..ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นนักบินใหม่ๆ ซะมากกว่า..ไม่มีคู่มือและวิธีการบำรุงรักษาร่ม…ส่วนบางคนก็รักษาจนเกินเหตุ..เข้าเครื่องซักผ้าปั่นเลย…ครับ..แถมมีกะตัง…หอบไปให้ร้านซักแห้งอีกต่างหาก..!! บางคนก็ขึงกับพื้น…เอาผงซักฟอกเท…แล้วเอาแปรงลงเลย..!! ยิ่งไปกันใหญ่..!! จะทำให้ร่มพังเร็วขึ้นครับ..ส่วนใหญ่แล้วร่มจะมีอายุการใช้งานค่อนข้างนานครับ..ขึ้นอยู่กับการใช้งาน และการบำรุงรักษาที่ถูกต้องครับ…

  

1.ไม่ควรซักร่มบ่อยๆ  ถ้าสกปรกจริงๆให้ใช้สบู่หรือแชมพู อ่อนๆ เช็ด ถ้าจะให้ดีควรอ่านส่วนผสมของน้ำยา ที่ไม่มีสารเคมีที่มีสภาพเป็นกรดทำลายไยผ้า ทุกวันนี้ผมใช้ น้ำยาล้างขวดนมเด็ก “โฮม”เพราะเป็นส่วนผสมของน้ำมันมะพร้าวสกัดมาจากพืช เช็ดบริเวณที่สกปรก หรือถ้าสกปรกมากๆ หรือเช็ดไม่ออกก็ซักสักครั้ง

2.ไม่ควรตากแดดนานๆ  เพราะร่มจะกรอบเสียหายง่าย โดยปกติร่มที่สีเข้ม ก็จะดูดซับความร้อนได้เร็วกว่า จึงไม่ควรกางร่มแผ่ไว้ที่สนามนานๆ เวลาแดดร้อนจัดๆ ควรหาผ้าคลุม หรือรวบร่มหลบแดด เพราะ UV มีผลในการทำลายร่มและเสื่อมสภาพเร็วขึ้น

3.เมื่อโดนฝนและน้ำควรพึ่งให้แห้งหรือหาพัดลมเป่ากันเชื้อรา จะเห็นได้ชัดในบริเวณที่เป็นสีขาว

4.เวลาเก็บร่มตอนเย็นๆ ใกล้ค่ำ จะเห็นว่ากางร่มแล้วแมลงจะกระโดดเข้ามาที่ร่มจำนวนมาก ยิ่งเป็นร่มที่สีสว่าง จะมามากหน่อยยิ่งตั๊กแตน – มด บางทีมากัดผ้าเป็นรู บางทีก็ยกกองทับมาทำรังออกลูกออกหลานเลยละครับ..!! พอกางร่มอีกที โดนกัดเป็นรูเท่าเม็ดถั่วเขียว…เพียบ..!!!

5.เวลาบินไม่ควรเหวี่ยงร่มไปมา มากๆ เพราะจะทำให้สายร่มยืด และเสียทรงได้ง่าย ปกติน้ำหนักคุณ+เครื่อง 100 กก.สายร่มรับน้ำหนัก 100 กก. ถ้าคุณเหวี่ยง บางทีสายร่มรับน้ำหนัก 200-300 กก. ตามแรงและความเร็วที่ถูกกระทำ เวลาซื้อร่มมือสอง…ต้องดูเจ้าของเดิม..ถ้าเป็นพวกชอบเหวี่ยง..รับรองครับ..ร่มเสียทรงหมด..!!

6.ไม่ควรวางร่มกับพื้นที่ๆ เป็นอันตรายเช่น หินลูกรัง ,เศษแก้ว,หรือบนถนนที่มีความร้อนสูงๆ ถ้าให้ดีควรเป็นสนามหญ้าครับ..นุ่มๆ บางคนไปกางร่มที่ถนนลูกรัง..ยังไม่พอ..แถมอยากโชว์ขึ้นคนเดียว..ไม่ให้คนส่งร่ม..วางกับพื้นแล้ววิ่งกระชาก..ปรากฏว่าร่มเกี่ยว..ขาดเป็นทาง..ไม่คุ้มกันหรอกครับ..!!

7.ไม่ควรโหลดน้ำหนักเกินขนาดของร่ม ยิ่งเป็นร่มร่อน ปีเก่าๆ จะเห็นสาย A ข้างหน้าจะเล็กมาก เพราะไม่ได้ถูกออกแบบมาสำหรับรับน้ำหนัก..เวลาเรามาเล่นพารามอเตอร์สายที่รับน้ำหนักมากที่สุดคือสาย A ข้อเสียคือจะทำให้สายยืด และเสียทรง

8.เวลาจะติดสติ๊กเกอร์ ควรใช้สติ๊กเกอร์สำหรับติดร่มโดยเฉพาะ เพราะเมื่อลอกออกแล้ว จะไม่ทำลายผ้าร่ม หรือน้ำยาเคลือบผ้าร่ม ถ้าจะให้ดี เวลาติดชั่วคราวให้ใช้กระดาษ หรือกาว+แป้งเปียก อะไรก็ได้ ที่น้ำเป็นตัวทำละลาย หรือใช้น้ำเช็ดออก อายุการใช้งานของร่ม ขึ้นอยู่กับการเก็บ และการบำรุงรักษา บางคนใช้เป็น 10 ปี ครับ แต่บางคนแค่ 1-2 ปี ก็สภาพย่ำแย่ ครับ ไม่แน่นอน.. ขึ้นอยู่กับเจ้าของครับ..!!

หมายเหตุ :

เคยอ่านเจอในเว็บต่างประเทศ เค้าไม่ให้ใช้น้ำยาทำความสะอาดกับร่มเลยไม่ว่าเป็นสบู่หรือแชมพูอ่อน ให้ใช้ผ้าชามัวร์หรือผ้านุ่มชุบน้ำสะอาดบางตำราให้ใช้น้ำอุ่นนิดหน่อย ทำความสะอาด  เพราะถ้าใช้สารทำความสะอาดมันจะไปล้างสารที่เคลือบร่มมา ทำให้ร่มอายุสั้นลง

 


Continue Reading

 

April 2014
M T W T F S S
« Aug    
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930